
เมื่อมีความต้องการสูงขึ้น เตาอบแบบดั้งเดิมก็ไม่สามารถตอบสนองได้ทัน การที่อุณหภูมิในเตาลดลง หรือการฟื้นตัวของอุณหภูมิที่ช้า ล้วนส่งผลให้ประสิทธิภาพและคุณภาพของการอบลดลง ดังนั้น การใช้หลอดไฟอินฟราเรดชนิดควอตซ์จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะหลอดไฟนี้จะปล่อยรังสีอินฟราเรดออกมาทันที ทำให้อุณหภูมิในเตากลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมอีกครั้ง และช่วยให้ผิวของขนมอบมีความกรอบสม่ำเสมอตามที่ลูกค้าต้องการ
สิ่งสำคัญที่ควรรู้
หลอดไฟอินฟราเรดชนิดควอตซ์จะปล่อยพลังงานคลื่นสั้นออกมา ซึ่งสามารถทะลุเข้าไปถึงพื้นผิวของแป้งได้ โดยไม่ทำให้อากาศภายในเตาร้อนขึ้น ดังนั้นจึงทำให้อุณหภูมิในเตาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน หลอดไฟเหล่านี้มักใช้ไฟฟ้าที่มีแรงดัน 240V หรือ 380V โดยมีกำลังไฟตั้งแต่ 1.5kW ถึง 3.0kW และสามารถใช้งานได้นานกว่า 5,000 ชั่วโมง โดยมีการลดลงของกำลังไฟน้อยกว่า 5% เท่านั้น หัวหลอดไฟมีขนาดกะทัดรัด จึงสามารถติดตั้งได้ในตำแหน่งที่มีพื้นที่จำกัด และท่อควอตซ์ที่มีการปิดผนึกอย่างดีก็ช่วยป้องกันความร้อนสูงและความชื้นในห้องครัวได้ หากต้องการควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ ก็สามารถติดตั้งกับเครื่องควบคุมอุณหภูมิได้
เหตุผลที่หลอดไฟชนิดนี้เหมาะสำหรับการใช้ในร้านเบเกอรี่หรือร้านพิซซ่า
คือความเร็วและความสม่ำเสมอในการอบ หลอดไฟจะส่งรังสีอินฟราเรดไปยังพื้นผิวของแป้งได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เวลาในการอบสั้นลง และลดโอกาสที่ขนมจะอบไม่สุกได้ นอกจากนี้ การใช้รังสีอินฟราเรดยังช่วยลดการใช้พลังงานในแต่ละครั้งที่อบได้อีกด้วย ทั้งนี้ หลอดไฟนี้ยังช่วยให้อุณหภูมิในเตาสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยให้สีของขนมสม่ำเสมอมากขึ้น สำหรับเตาอบแบบหมุนหรือเตาอบแบบลมร้อน ก็สามารถติดตั้งหลอดไฟไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้อุณหภูมิในเตาคงที่ตลอดเวลา
ข้อควรระวัง
หลอดไฟชนิดนี้มีความร้อนสูง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาความสะอาดของตัวกระจกให้ดี และต้องมั่นใจว่ามีการระบายอากาศที่เพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้ชิ้นส่วนต่างๆ ร้อนเกินไป หลอดไฟนี้สามารถติดตั้งได้กับเตาอบแบบดั้งเดิมได้ง่าย แต่ก่อนสั่งซื้อควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีความเข้ากันได้กับแรงดันไฟฟ้าของเตาอบด้วย หากการอบของคุณมีการใช้ไอน้ำและความชื้นมาก ก็ควรเลือกหลอดไฟที่มีการปิดผนึกอย่างดี และควรมีช่องทางในการเข้าถึงหลอดไฟเพื่อตรวจสอบเป็นประจำด้วย