
วิธีป้องกันไม่ให้กระจกในห้องน้ำเป็นหมอก
เราทุกคนต่างก็เคยเจอปัญหานี้กันมาแล้ว คือเมื่อเราออกมาจากฝักบัวที่มีไอน้ำร้อนๆ แล้วพยายามหยิบกระจกขึ้นมาโกนหนวดหรือแต่งหน้า กลับเจอกับกระจกที่เต็มไปด้วยหมอกสีขาว ซึ่งเป็นเรื่องน่ารำคาญมาก หลักการทางวิทยาศาสตร์ก็คือ อากาศร้อนและชื้นเมื่อกระทบกับกระจกเย็น ก็จะเกิดการควบแน่นของไอน้ำขึ้น วิธีแก้ปัญหาก็คือการใช้หลอดไฟอินฟราเรดไว้ด้านหลังกระจก เพื่อให้กระจกมีอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ถึงกับร้อนจนทำให้เกิดหมอก แต่ก็ไม่ร้อนเกินไปจนทำให้เสียไฟหรือทำให้กระจกแตกได้
การเลือกกำลังไฟที่เหมาะสม
คุณไม่สามารถใช้หลอดไฟที่มีกำลังไฟสูงเกินไปได้ กระจกขนาดเล็กกับกระจกขนาดใหญ่นั้นมีความแตกต่างกันมาก หากเป็นกระจกขนาดเล็ก (น้อยกว่า 0.5 ตารางเมตร) การใช้หลอดไฟที่มีกำลังไฟประมาณ 40-80 วัตต์ก็เพียงพอแล้ว แต่ต้องระวังอย่าให้มีกำลังไฟมากเกินไป เพราะจะทำให้กระจกขยายตัวไม่สม่ำเสมอ ซึ่งไม่ดีเลย สำหรับกระจกขนาดใหญ่ (1 ตารางเมตรขึ้นไป) ควรใช้หลอดไฟที่มีกำลังไฟ 150-200 วัตต์ แต่สิ่งสำคัญคืออย่าใช้หลอดไฟขนาดใหญ่เพียงอันเดียว ควรใช้หลอดไฟขนาดเล็กหลายอันแทน เพื่อให้ความร้อนกระจายตัวไปทั่วพื้นผิวกระจก จะได้ไม่มีหมอกเกิดขึ้นที่บริเวณกลางกระจก
รายละเอียดเทคนิค
เราควรใช้หลอดไฟอินฟราเรดแบบคลื่นสั้นหรือคลื่นกลาง เพราะมันจะสามารถทำให้กระจกอุ่นขึ้นได้อย่างรวดเร็ว หลอดไฟเหล่านี้ส่วนใหญ่ใช้ไฟฟ้าแรงดัน 110V หรือ 220V ซึ่งสามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบไฟในห้องน้ำได้เลย แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่ หลอดไฟที่มีกำลังไฟสูงจะทำให้กระจกอุ่นขึ้นเร็ว แต่ก็จะใช้กระแสไฟมากขึ้นด้วย หากคุณใช้หลอดไฟหลายอันในวงจรเดียว ก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้ ดังนั้นจึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างความเร็วในการทำให้กระจกอุ่นขึ้นกับกำลังไฟที่วงจรไฟสามารถรองรับได้
วิธีติดตั้งโดยไม่มีปัญหา
เคล็ดลับสำคัญคือ ควรเว้นช่องว่างเล็กๆ ระหว่างหลอดไฟกับกระจก หากหลอดไฟสัมผัสกับกระจกโดยตรง ก็อาจทำให้กระจกแตกได้ นอกจากนี้ ควรใช้สายไฟที่เหมาะสมสำหรับบริเวณที่มีความชื้นสูง เพราะห้องน้ำมักมีความชื้นสูงอยู่แล้ว หากคุณต้องการติดตั้งในโรงยิมหรือสปาที่มีไอน้ำตลอดเวลา ก็ไม่ควรเปิดหลอดไฟตลอด 24 ชั่วโมง เพราะจะทำให้หลอดไฟเสื่อมสภาพเร็วเกินไป ควรใช้ตัวตั้งเวลาหรือเซ็นเซอร์วัดความชื้น เพื่อให้หลอดไฟทำงานเฉพาะเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น